บางคนคงเคยเห็นงาน Stop Motion อะไรมาบ้างแต่ผมไปเจอ GAME OVER Project โดยกลุ่มนี้ผู้กำกับคือ Guillaume REYMOND โดยงานพวกนี้จะสร้างจากเกมส์ชื่อดังในอดีตที่คุณอาจจะเคยเล่นมาแล้ว โดยใช้มนุษย์มาเป็นแต่ละพิกเซลและเพลงประกอบก็ใช้คนฮัมเพลงไปด้วย เจ๋งจริงๆ

มาดูกันดีกว่า

 

1.)PONG

เกมส์ปิงปองที่นานมากๆ สร้างปี 1972 โดย บ.Atari โดยแนวคิดมาจากกีฬาปิงปองนั่นเอง

2.)Space Invaders

เกมส์อวกาศที่มันส์มากเหมือนกัน สร้างปี 1978 โดย Tomohiro Nishikado และถูกเอามาสร้างต่อในหลายแบบรวมถึงเกมส์ Flash ก็ยังมีเหมือนกัน

3.)Pole Position

เกมส์แข่งรถที่นานมากเหมือนกัน สร้างปี 1982 โดย บ.Namco

4.)Tetris

มาถึงเกมส์ยอดฮิต ใครไม่เล่นก็คงแปลก โดยสร้างเมื่อปี 1985 โดยออกแบบและเขียนโปรแกรมโดย Alexey Pajitnov 

  

Source : notsonoisy.com/gameover/

สวัสดีครับทุกท่าน หายไปนานกันเลยทีเดียว อย่างว่าครับงานยุ่งนิดหน่อย แต่ตอนนี้ผมได้เจ้า iPhone มาอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว วันนี้ผมก็คงขอสับ iPhone หน่อยครับ สำหรับคนที่ยังลังเลใจว่าจะใช้ดีหรือไม่ หรือ ผู้ที่อยากรู้ข้อมูล ยังไงถ้าสงสัยหรือเพิ่มเติมอะไร เชิญที่คอมเมนต์ได้เลยครับ

 

 

iPhone เป็นไอพ๊อดที่โทรศัพท์ได้ ไม่ใช่โทรศัพท์ที่มีไอพ๊อด !!!

เรื่องรายละเอียดตัวเครื่องขอเชิญที่ iphone@wikipedia ครับ อย่างที่บอกมันเป็นไอพ๊อดที่โทรศัพท์ได้ เพราะมันไม่ได้มีฟังก์ชั่นมากพอที่จะเป็น "โทรศัพท์" ได้ดีพอแต่ส่วนตัวผมให้มันเป็น "Best iPod Ever" เหมือนที่ สตีฟ จ๊อบส์เคยพูดไว้

คราวนี้มาสับทีละเรื่องครับ

Telephone

Loved:

  • การจัดการ Contact List ยอดเยี่ยมมาก เก็บรายละเอียดครบถ้วน เหมาะกับการเก็บ Contact List จริงๆ
  • กดเบอร์ใน Contact List เพิ่อโทรออกได้เลย หรืออีเมล์เพื่อส่งเมล์ได้เลย
  • ฟังก์ชั่นในระหว่างโทรเยี่ยมยอดมาก ไม่ว่าจะ ประชุมสาย,mute, ฯลฯ
  • รูปโชว์ตอนคนโทรเข้า ใหญ่สะใจมากๆ
  • SMS ฟังก์ชั่นสวยดีคล้ายการ Chat (เหมือน iChat)
  • มีปุ่มเพิ่มลดเสียง และปุ่มเลื่อนเพื่อเปลี่ยนเป็นโหมดสั่น
  • เวลาล๊อกเครื่อง ที่หน้าจอจะโชว์รายละเอียดว่าใคร Missed call บ้างกี่ครั้ง

Sucked:

  • การที่เป็นจอสัมผัสระหว่างโทรจึงกดพลาดได้ง่าย เพราะไม่มี Physical Feedback เหมือน"ปุ่มจริงๆ"
  • การเรียงรายชื่อการโทรมีแค่ 2 หมวดคือ All , Missed จริงๆควรจะมี Incoming, Missed , Received หรือ All ด้วย ทำให้รายการไม่ละเอียดพอ
  • ลบรายชื่อการโทรทีละรายชื่อไม่ได (ลงโปรแกรมเพิ่มได้)
  • SMS สวยแต่โง่ลบทีจะข้อความไม่ได้(ลงโปรแกรมเพิ่มได้)
  • รับข้อความจาก Cell siteไม่ได้ (DTAC จะ Broadcast ชื่อ Cell site มาให้แต่ iPhone ไม่มีฟังก์ชั่นรองรับ)
  • รับ/ส่ง MMS ไม่ได้ (ลงโปรแกรมเพิ่มได้ ตอนนี้ส่ง MMS ได้แต่รับไม่ได้)
  • ลง Ringtone ไม่ได้(ใช้วิธีอื่นได้)

 

iPod in iPhone

Loved:

  • ได้อานิสงค์ของ Multiouch ทำให้ iPod น่าใช้มากขึ้นและทำให้การเลื่อนเพลงจากบนไปล่างสุดเร็วกว่า iPod ธรรมดาที่ใช้ Click View
  • Coverflow เปลี่ยนวิถีชีวิตผมในการฟังเพลงโดยการใช้ปกเป็นหลักทำให้จำง่ายขึ้น
  • ใน Coverflow การเรนเดอร์ปก, Effect ลื่นมาก(คงเพราะ Core Animation ใน OSX)
  • ฟังก์ชั่น Video สมบูรณ์แบบมากๆ
  • การ Slide เพื่อปรับเสียง ต้องเลื่อนจากปุ่มกลมๆก่อนแล้วค่อยลาก เพราะถ้ามือเผลอไปโดนเส้นมันจะไม่ลากตามไปด้วย
  • ถ้า Podcast ไฟล์ไหนมีการแบ่ง Chapter, iPhone จะ List ขึ้นมาเหมือนเป็น track ให้เราข้ามไปได้เลย ไม่เหมือน iPod ที่ต้องกะระยะ Clickview เองและไม่มี Listของ Chapter ให้
  • แสดงปกใหญ่สะใจมากๆ ^^
  • การปรับเสียงใช้ปุ่มข้างๆได้เลย
  • ดับเบิ้ลคลิ๊กปุ่ม Home เพื่อเข้า iPod หรือ เรียกตัวช่วยในการเปลี่ยนเพลงได้เลย เยี่ยม

Sucked:

  • ปัญหาใหญ่มากๆ เวลา Sync ลากเพลงตรงๆ(Manual Manage) ไม่ได้เหมือน iPod ต้องทำการ Sync กับ Playlist เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น Music,Video,Podcast เซ็งอย่างแรง
  • รายชื่อเพลงเรียงตามตัวอักษรเวลากด All Song ไม่เรียงตามลำดับเพลงเหมือนใน iPod ทำให้เวลาเล่นทุกเพลงไม่เรียงกันอย่างถูกต้อง
  • การหมุนไปแนวนอนเพื่อไป Coverflow จำเป็นต้องตั้งเครื่องอย่างน้อย 45องศาด้วย ไม่งั้นไม่เข้าโหมด
  • ลำบากต้องพยายามหาปกมาใส่ไม่งั้นไม่สวย :P

 

Internet (Safari)

Loved:

  • เรนเดอร์เว็บได้สวยมากๆ สมบูรณ์แบบ
  • เปิดเว็บได้หลายหน้า
  • รองรับ Javascript
  • การใช้งานหรือการซูมเหมือนกับการใช้ฟังก์ชั่นอื่นๆไม่ต้องเรียนรู้เพิ่ม

Sucked:

  • ลิงค์,form บางครั้งกดไม่ได้ ต้องปิดเปิดใหม่
  • ถ้าหมุนจอในโหมดคีย์บอร์ด Safari จะไม่หมุนตามให้
  • เล่น Flash ไม่ได้(ปัญหาใหญ่) !!!
  • Render เว็บหน่วงหน่อยเวลาเลื่อนเฉียง
  • Save ไฟล์ไม่ได้โอวว ชิตตตต

 

Mail

Loved:

  • การเพิ่มเมล์ลงไปง่ายสำหรับผู้ใช้ Gmail,Y! mail, AOL, .mac เพราะมีค่าตั้งให้แล้ว
  • ตั้งเวลาเช็คเมล์ได้
  • อ่าน HTML mail ได้

Sucked:

  • เนื่องจาก Gmail มองเมล์เป็น Conversation, Mail จึงดึงอีเมล์แยกออกไป ทำให้มองเป็นเมล์ขยะได้เลย
  • ลบเมล์ทั้งหมดไม่ได้
  • Mark All As read ไม่ได้ !!! (ลงโปรแกรมเพิ่ม)
  • เวลาลบเมล์ต้องตามไปลบที่ Trash...แล้วอย่าลืมว่าลบได้ทีละเมล์...ยาวครับยาว 555
  • ส่งรูปเข้าเมล์ Attach ได้ทีละไฟล์ และ...มีการปรับ Resolution ลงด้วย T_T

 

Camera

Loved:

  • ชัดดีเวลาดูใน iPhone
  • เมื่อเอียงกล้อง iPhone จะหมุนภาพตามให้

Sucked:

  • ซูมได้(ต้องใช้มือเลื่อน iPhone เข้าไปเอง 55555)
  • เนื่องจากปุ่มถ่ายเป็นปุ่มสัมผัส ทำให้กดพลาดได้ง่าย
  • ถ่ายรูปตัวเองยากส์ (แต่มีวิธีคือ 1.กดปุ่มถ่าย ค้างไว้ก่อน 2.หมุนกล้องแล้วเก๊กหรือทำท่าแอ๊บแบ๊ว 3.ปล่อยนิ้ว เป็นอันจบ) 555

Connectivity

Loved:

  • ไม่มี

Sucked:

  • EDGE ต่อตลอดเวลาไม่มีฟังก์ชั่นการปิด อาจจะเพราะ AT&T มี EDGE Plan ที่เป็น Unlimited (ลงโปรแกรมเพิ่มได้)
  • Bluetooth เกิดมาเพื่อต่อกับ Accessories (ส่งไฟล์ไม่ได้ T_T)
  • Wifi กินแบตแต่ไม่มากเท่ากับ pda
  • เวลาเรียกฟังก์ชั่นไหน ถ้า Wifi ไม่เปิดมันจะไปเรียก EDGE มาดูดตังท่านทันที 555
  • ใช้โหมด Disk ไม่ได้ !!!
  • ใช้ WPA-Enterprise ไม่ได้ !!!(ปัญหาใหญ่มากๆ)

User Experience

Loved:

  • ใช้ Multitouch ทำให้ทุกอย่าง Perfect ไปหมด รองรับน้ำหนักได้ดีมากแม้กดเบาๆก็โดน
  • ไม่ต้องกลัว Stylus พังหรือหาย
  • การออกแบบปุ่มให้ใหญ่ เหมาะกับการใช้นิ้วไปกด
  • คงเพราะ Core Animation จาก OSX ทำให้ Effect ลื่นไปหมด
  • การ Slide นิ้วกับ List ทำให้การดูข้อมูลเร็วขึ้น
  • เวลาคนโทรเข้า iPod จะหรี่เสียงลงให้เอง
  • เวลายกหูโทรศัพท์แนบหูระหว่างโทร จอจะดับให้เองเพราะมี sensor อยู่

Sucked:

  • การจิ้มไม่แม่น ต้องใช้ไปเรื่อยๆถึงจะแม่น(สำหรับ On-Screen Keyboard ให้กดค้างแล้วเลื่อนหาตัวอักษร)
  • Copy/Paste ข้อความไม่ได้ !!!
  • เวลากดค้างไว้เพื่อขึ้นแว่นขยาย ถ้าอยู่ใกล้ขอบบนเกินไป แว่นขยายจะมองไม่เห็น
  • มีแต่คนถามว่าทำไมไม่ใช้ Stylus 55555

สรุป คุณจะหล่อด้วย iPhone ก็ต่อเมื่อคุณมีอินเตอร์เน็ต เพราะฟังก์ชั่นส่วนใหญ่ต้องต่ออินเตอร์เน็ต (Youtube, Weather, Stock, Map และฟังก์ชั่นส่วนใหญ่ยังไม่สมบุรณ์ ส่วนเรื่องการรับประกัน ก็ยังเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ใหญ่ เพราะถ้าจะใช้ภาษาไทยคุณต้อง Jailbreak !!! จบเห่ แต่ผมก็ยังไม่ได้ประทับใจอะไรมากนะครับกับ iPhone แต่มันสนุกตรงที่ Native Application เยอะดี และกุมภาพันธ์ 2008 Apple จะเปิด SDK ให้ครับ ทำให้ 3rd Party ทั้งหลายคงเมามันส์กับการทำโปรแกรมให้ iPhone และอีกเรื่องคือเสียค่าอุปกรณ์เสริมเยอะแน่

ส่วนตัวแล้วผมได้ 1.1.2 OOB(week47) มา ทำให้ผมต้องใช้ Hardware Unlock คือ สารพัด SIM ทั้งหลายแต่ก็ใช้ได้ดีครับ ^^(DTAC)

ขั้นตอนในการ Jailbreak ลงโปรแกรม อะไรต่างๆค่อนข้างง่ายครับ ไม่ต้องกลัว หาได้ตามเว็บ แต่ก็ทำด้วยความรอบคอบ เพราะผมก็เกือบได้ iBrick มาดูเล่นแล้ว เพราะซนไปลง Anysim 1.1.2u แล้ว hang รีสตาร์ทขึ้นมาค้างที่ Apple เลย ตอนหลัง Restore หายเป็นปกติครับ แต่ข้อมูลเดิม iTunes มัน Backup ไว้ให้ สบายเลย ^^

 

ปล.แนะนำเว็บเกี่ยวกับ iPhone ที่ควรรู้ครับ

PDAmobiz :iPhone Club

iPhone Blog@exteen

Hackintosh : Unlock iPhone

thaiiphone.com

thaiiphoneclub.com

 

ปล2.ก่อนซื้อศึกษาก่อนซื้อนะครับ จะได้ไม่ต้องมานั่งเศร้า เพราะผมว่า iPhone ไม่ได้ Perfect อย่างที่คิด

มีใครใช้ iPhone แถวนี้เปล่าครับบบ ส่งเสียงหน่อยจ้า

Windows Live Messenger ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ได้มีการ Online ผ่านโปรแกรม หรือ ด้วยการออนไลน์บนเว็บ จากผู้ให้บริการรายอื่น(meebo.com, iloveim.com,ebuddy.com etc.) หรือแม้กระทั่งตัว Microsoft เองก็ออก MSN Web Messenger ออกมา แต่จะทำยังไงให้คนอื่นคุยกับเราได้โดยไม่ต้องผ่าน Web Messenger เหล่านั้น ?

ตอนนี้ Windows Live Messenger มีฟังก์ชั่นใหม่ที่เพิ่งประกาศออกมาผ่าน Blog ของ Angus Logan ซึ่งเป็น Technical Product Manager ของ Windows Live Platform โดยประกาศฟังก์ชั่นใหม่ออกมาคือ การที่จะฝัง Windows Live Messenger ไว้ในเว็บเพื่อให้ผู้อื่นเข้ามาคุยกับเราได้โดยตรง !

ซึ่งะมีประโยชน์อย่างมากต่อการประยุกต์ใช้งานในรูปแบบต่างๆได้ อย่างที่ผมคิดคือ เอามาใช้งานแทนระบบ Live Support บนเว็บ เพราะลูกค้าสามารถฝากคำถาม + คุยกับลูกค้าได้โดยตรง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการไปซื้อระบบ Support

หรือจะเป็น Chatbox ที่ฝังไว้ใน Blog ไว้ให้พูดคุยกับเจ้าของ Blog ก็ยังได้

โดยในตอนนี้ระบบนี้จะรองรับกับ IE6, IE7,FireFox 2.0 และรองรับ 32 ภาษาทั่วโลก

วิธีการเริ่มใช้งาน Windows Live Messenger IM Control

1. ไปที่ http://settings.messenger.live.com/applications/websettings.aspx. แล้ว Sign-in เพื่อเข้าระบบของ Windows Live

2.เปิดการใช้งาน "Web settings" ในส่วนของ Setup เพื่อที่จะโชว์สถานะหรือฝัง WLM ในเว็บ

3. พอเปิดการใช้งานเสร็จ คุณก็สมารถไปเลือก รูปแบบการโชว์ในเว็บได้ในเมนู "Create HTML" โดยมี สองแบบให้เลือกคือ

  • Status Icon (ไอคอนโชว์สถานะ Online/Offline ในเว็บ)
  • Messenger (WLM แบบฝังในเว็บของเรา)
พอเลือกเสร็จก็ Copy HTML Code ลงไปในเว็บที่เราต้องการฝัง WLM ไว้

4.เราก็จะได้ WLM ที่ฝังไว้ในเว็บเรียบร้อย

โดยการใช้งานนั้น เสมือนคุยผ่านหน้าต่าง WLM ด้วยกันเลย โดยสามารถใช้ภาษาไทย และ Emoticon ของ WLM ได้(เห็นผ่านหนัาเว็บ) แต่ Custom Emoticon ไม่ขึ้นครับ

Source : Angus Logan's Blog via Blognone.com

ทดสอบฝังบน Blog ครับ (ลองคุยได้ครับ :P) :

วิธีการฝังบน Entry ใน exteen คือ ไป Disable WYSIWYG ก่อนครับ (จาก มาสเตอร์แชมป์ มาอัฟเดทให้ครับ)